หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมเวลาใส่ยาแล้วต้องอดอาหาร  (อ่าน 8669 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
thiti
ผู้ชำนาญการเลี้ยง
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135



« เมื่อ: สิงหาคม 05, 2011, 11:53:29 pm »

ขอทราบเหตุผลหน่อยครับ ทำไมเวลาใส่ยากักโรคเช่น Top หลังใส่ยาต้องหยุดอาหาร 2 วันครับ หากให้อาหารแล้วจะมีผลเสียอย่างไรครับ
บันทึกการเข้า
DiDy ^^
สุข-ทุกข์อยู่ที่ตัวเรา
Koi Seller
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 13137


รูปนี้คือรูปหมาป่านะค่ะ ไม่ใช่รูปแมว TT___TT


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2011, 10:06:28 am »

ขี้เกียจพิมพ์อ่าคะ

ไว้ถ้าเจออันที่เคยพิมพ์จะลากมาให้ดูนะคะฃ
 Sad Sad Sad Sad
บันทึกการเข้า


Facebook ของKoi Mart Farm กดที่รูปข้างบนได้เลยคะ ^^
DiDy ^^
สุข-ทุกข์อยู่ที่ตัวเรา
Koi Seller
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 13137


รูปนี้คือรูปหมาป่านะค่ะ ไม่ใช่รูปแมว TT___TT


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2011, 10:12:53 am »

เจอละ ค้นอยู่ตั้งนาน

http://www.siamcarp.com/board/index.php?topic=6155.msg195646#msg195646
 
บันทึกการเข้า


Facebook ของKoi Mart Farm กดที่รูปข้างบนได้เลยคะ ^^
KitP
Koi Seller
ผู้ชำนาญการเลี้ยง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 110


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2011, 10:29:04 am »

 Cool  Cool  Cool
บันทึกการเข้า

alephsnew
เซียนตัวจริง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2219


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2011, 12:14:21 pm »

เพราะ

1.ยาที่เราใส่ให้ปลาจะไปจับกับอาหาร-----ซึ่งยามันเป็ฯสารเคมี ยาบ้างตัวเป็ฯสารก่อมะเร็งด้วย มันจะเป็นการเอาสารเคมีให้ปลากินเข้าไปนะคะ อันตรายจะไปสะสมในตัวปลาได้

2.แล้วพอยามันไปจับกับอาหารแล้ว ยาก้จะออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ ยาใช้ไม่ค่อยได้ผล

3.การให้อาหารถือเป็ฯการเติมอาหารให้เชื้อโรคไปด้วย แทนที่จะเจอยาหมดแรงแล้วตายไป ตอนที่เชื้อกำลังจะตายได้อาหารที่เราให้ปลาอีก มันก็เลยแข็งแรงไม่ตายแล้วก็ทำให้การใส่ยาไม่ได้ผลนะคะ

copy ของน้องดีดี้มาให้ดูเลย :9: :9:
บันทึกการเข้า
Gang_p
มือเก่าเลี้ยงมานาน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 970



« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2012, 01:30:22 pm »

ปลาป่วยไม่ค่อยกินอาหาร ให้มากน้ำเสีย
ใส่ยาฆ่าเชื้อโรคแต่ก็ฆ่าแบคทีเรียในระบบกรอง ไม่มีการบำบัดแอมโมเนีย กินมาก ของเสียมาก ปลาแย่
ใส่ยาฆ่าปรสิต มักใส่ยาฆ่าแมลง ไม่ควรให้ปลากินอาหารที่คลุกยาฆ่าแมลงครับ
บันทึกการเข้า
ROCKBEAUTY2
มือเก่าเลี้ยงมานาน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 799



« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 17, 2012, 06:44:55 am »

เพราะ

1.ยาที่เราใส่ให้ปลาจะไปจับกับอาหาร-----ซึ่งยามันเป็ฯสารเคมี ยาบ้างตัวเป็ฯสารก่อมะเร็งด้วย มันจะเป็นการเอาสารเคมีให้ปลากินเข้าไปนะคะ อันตรายจะไปสะสมในตัวปลาได้

2.แล้วพอยามันไปจับกับอาหารแล้ว ยาก้จะออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ ยาใช้ไม่ค่อยได้ผล

3.การให้อาหารถือเป็ฯการเติมอาหารให้เชื้อโรคไปด้วย แทนที่จะเจอยาหมดแรงแล้วตายไป ตอนที่เชื้อกำลังจะตายได้อาหารที่เราให้ปลาอีก มันก็เลยแข็งแรงไม่ตายแล้วก็ทำให้การใส่ยาไม่ได้ผลนะคะ

copy ของน้องดีดี้มาให้ดูเลย :9: :9:

ข้อความนี้อาจจะทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดพลาดเล็กน้อยนะค่ะเนื่องจาก....ไม่ได้ต้องการจะคัดค้านประการใดนะค่ะแต่ต้องการให้หลายๆคนเข้าในหลักและเหตุผลมากขึ้นนะค่ะ
จากข้อความของน้องดีดี้นะค่ะ
 1.ยาที่เราใส่ให้ปลาจะไปจับกับอาหาร-----ซึ่งยามันเป็ฯสารเคมี ยาบ้างตัวเป็ฯสารก่อมะเร็งด้วย มันจะเป็นการเอาสารเคมีให้ปลากินเข้าไปนะคะ อันตรายจะไปสะสมในตัวปลาได้
 ขอเสริมหน่อยนะค่ะอาจจะถูกหรือถูกครึ่งหนึ่งค่ะเนื่องจากว่า
  Grinการลำเลียงสารและแลกเปลี่ยนสารรวมถึงการรับสารเข้าร่างกาย(การรับสารเข้า)ของปลาน้ำจีดนั้นไม่ได้เข้าทางผิวหนัง เพราะมีผิวหนังและเกล็ดป้องกันอยู่ น้ำและสารต่างๆจะเข้าไปพร้อมกับอาหารและออสโม-ซิสผ่านทางเหงือก ดังนั้นไม่จำเป็นค่ะที่ยาและสารเคมีจะเข้าโดยการกินอาหารอย่างเดียวเพราะว่าเวลาใส่ยาลงไป ปลาสามารถได้รับยาและสารเคมีเข้าร่างกายอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องกินค่ะ เพียงแต่อาจจะลดปริมาณยาหรือสารเคมีเกินจำเป็นเข้าสู้ร่างกายปลาค่ะแต่ยังไงเมื่อปลาได้รับสารเคมีโดยการกินก็จะมีการขับออกมาโดยกระบวนการขับถ่ายและแลกเปลี่ยนสารอยู่แล้วค่ะ
  เนื่องจากว่าเวลาใส่ยาลงไปในบ่อหรือบ่อกักนั้นทั้งยาและสารเคมีสามารถซึมเข้าสู่ตัวปาโดยไม่จำเป็นที่จะต้องกิน คือจะผ่านทางGill filamentหรือว่าเหงือกอ่อนปลาโดยกระบวนการออสโมซิส เข้าไปพร้อมกับกระบวนการแลกเปลี่ยนก๊าซและสารเคมีของปลาเอง ซึ่งบริเวณนั้นมีการแลกเปลี่ยนก๊าซและสารเคมีเกิดขึ้น ถ้าปลาของคุณยังอยูในยายังไงปลาก็ต้องได้รับสารเคมีอยู่ดีค่ะเพราะตลอดเวลาที่ปลาอยู่ในน้ำจะมีการออสโมซิสรับและแลกเปลี่ยนสารอยู่ตลอดเวลาค่ะ(ซึ่งเป็นเหตผลที่ห้ามใส่ยาหรือสารเคมีในน้ำน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาที่เราใช้บริโภคก่อนจะเอาออกมาบริโภคหรือจำหน่ายอย่างน้อย3-4อาทิตย์เป็นอย่างต่ำสำหรับยาปฎิชีวนะ)
 เวลาใสยาปลาแล้วทำไมต้องงดอาหา
 -เนื่องจากการใส่ยาลงไปในบ่อปลาหรือบ่อกักนั้นยาบางประเภทนั้นมีผลกับตัวปลาและทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังหรือบริเวณเหงือค่ะ ซึ่งเป็นผลทำให้ปลานั้นขับเมือกออกมานะค่ะ เมือกปลาเมื่อขับออกจากตัวปลา
ออกมาสู่ระบบภายในบ่อหรือบ่อกักเปรียบเสมือนการเพิ่มของเสียให้กับระบบค่ะ
 -ซึ่งการใส่ยาลงไปในระบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการรบกวนระบบเพราะว่าตัวยาบางชนิดเองนั้นเป็นอินทรีสารและบางชนิดดเป็นอนนิทรีย์สารซึ่งมีค่าpHต่างกันอยู่แล้วอาจจะมีผลโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงค่าpH
 -ยาหรือสารเคมีบางชนิดมีผลกับระบบประสาทปลาอาจจะทำให้ปลาเซื่องซึมหรือตกใจง่ายค่ะ กรณียาบางประเภททำให้ปลาเซื่องซึมจะทำให้ปลานั้นรู้สึกไม่อยากอาหาร และไม่ยอมกิน หากอาหารที่ให้เหลือก็เท่ากับเป็นการเพิ่มของเสียในบ่อค่ะเพราะอาหารปลาเองหลักๆเป็นอินทรีย์สารเป็นต้นเหตุทำให้น้ำเสียและยังเป็นวัตถุดิบชั้นดีของการเกิดแอมโมเนียและไนเตรทไนไตรน์ในน้ำเป็นผลให้อ๊อกซิเจนต่ำตามมาด้วยค่ะและสามารถทำให้ปลาเครียดได้ด้วยค่ะ
เพราะฉนั้นสาเหตุหลักๆของการใส่ยาปลาแล้วไม่ควรให้อาหารก็คือ ไม่ต้องการให้มีการเพิ่มปริมาณของเสียในบ่อหรือบ่อกักค่ะ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ

 



* GrillFlirament.jpg (125.77 KB, 569x291 - ดู 549 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
scpTom Bluenen
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 17, 2012, 10:10:23 am »

แล้วถ้าใส่เกลือที่ความเข้มข้น 5-6 กก./ตัน ให้อาหารตามปกติได้ไหมครับ
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12550



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 21, 2012, 09:51:59 pm »

แล้วถ้าใส่เกลือที่ความเข้มข้น 5-6 กก./ตัน ให้อาหารตามปกติได้ไหมครับ

ถ้าปลามีอาการป่วยก็งดอาหารเถอะครับ แม้แต่การใส่เกลือก็ควรงดอาหารด้วยครับ ปลาคาร์พไม่มีกระเพาะนะครับ อาหารที่กินเข้าไปจะเข้าสู่ลำไส้และดูดซึมสารอาหารและสารเคมีต่างๆเข้าไปเลี้ยงร่างกายโดยตรง เวลาปลาป่วยและต้องใส่ยาจึงควรงดอาหาร ยกเว้นการเคลือบอาหารด้วยยาปฏิชีวนะให้ปลากินกรณีรักษาอาการอักเสบติดเชื้อต่างๆ และไม่ได้ให้ยาหรือสารเคมีกำจัดปรสิตครับ ส่วนเรื่องการงดอาหารเพื่อรักษาคุณภาพน้ำก็เป็นเหตุผลหนึ่งด้วยครับ  Grin
บันทึกการเข้า

SIAMcarp
ถามเรื่องเทคนิค บ่อปลา ระบบกรอง รักษาปลา 083 808 8875 ณัฐ
ถามเรื่องสินค้า ราคา สต็อค การจัดส่ง 084 142 0881 ตูน
Line ID : siamcarp
Line Group : siamcarp
Facebook Group : Siamcarp Koi Expert Group
รายละเอียดสินค้า ราคา สเปค : www.siamcarpshop.com
Facebook Page : Siamcarpshop
DiDy ^^
สุข-ทุกข์อยู่ที่ตัวเรา
Koi Seller
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 13137


รูปนี้คือรูปหมาป่านะค่ะ ไม่ใช่รูปแมว TT___TT


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 22, 2012, 01:04:12 pm »

ขอบคุณพี่มินท์ด้วยคะ เพราะเคยสงสัยเหมือนกันว่า ยาก็เข้าทางเหงือกได้อยู่แล้วแต่ทำไมถึงห้ามให้

แต่ที่น่าจะชัดๆคือ เรื่องน้ำเสียน้ำเน่านี้แหละคะ
 
บันทึกการเข้า


Facebook ของKoi Mart Farm กดที่รูปข้างบนได้เลยคะ ^^
Ptychocheilus
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 22, 2012, 03:04:54 pm »

"การลำเลียงสารและแลกเปลี่ยนสารรวมถึงการรับสารเข้าร่างกาย(การรับสารเข้า)ของปลาน้ำจีดนั้นไม่ได้เข้าทางผิวหนัง เพราะมีผิวหนังและเกล็ดป้องกันอยู่ น้ำและสารต่างๆจะเข้าไปพร้อมกับอาหารและออสโม-ซิสผ่านทางเหงือก" Actually, other than the gill, water can still osmosis into the body via the skin even when the fish have scales.
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น