หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟอร์มาลิน&มาลาไคกรีน  (อ่าน 27196 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
oversize
เซียนตัวจริง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2356


สนุกสนาน กับการเลี้ยงปลา


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 08:56:35 am »

ฟอร์มาลีน...น่ากลัวหรือน่าใช้
                                                                            โดย...ฉวีวรรณ  หนูนุ่น

               

                  สวัสดีเพื่อนๆ ชาวweb nicaonline.con ทุกท่าน สำหรับฉบับนี้ก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับสารเคมีตัวหนึ่งที่อาจจะคุ้นหูกันมาบ้างแล้ว นั่นก็คือ “ยาฟอร์มาลีน” บางคนอาจจะไม่เชื่อเมื่อบอกว่าเจ้ายาฟอร์มาลีนนี้เป็นยาพื้นฐานสามัญประจำตู้สำหรับใช้รักษาปลาทองของเรา แม้ชื่อ สรรพคุณและประโยชน์ของมันเท่าที่เคยได้ยินมาจะดูน่ากลัว และไม่น่าใช้ แต่ถ้าหากศึกษาดีดีจะพบว่า เจ้าฟอร์มาลีน นี้ก็มีประโยชน์ในการรักษาปลาของเราอยู่ไม่น้อย
ฟอร์มาลีน คือ อะไร
               ฟอร์มาลีน (Formalin) เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ในการฆ่าสิ่งที่มีชีวิตขนาดเล็กๆ พวกโปรโตซัวและปรสิตภายนอกซึ่งเจ้าพวกโปรโตซัวและปรสิตเหล่านี้นี่แหละที่เป็นต้นเหตุของปัญหาและโรคหลายๆโรคที่เกิดกับปลาทอง

   รักษาโรคด้วย “ฟอร์มาลีน”

            สำหรับโรคต่างๆ ที่สามารถรักษาได้ด้วยฟอร์มาลีน ก็จะเป็นโรคที่เกิดจากโปรโตซัวและปรสิตแทบทั้งนั้น  เราลองไปดูว่าโรคไหนบ้างที่เราสามารถใช้ฟอร์มาลีนรักษาให้หายได้
           โรคจุดขาว ปลาที่เป็นจุดขาวจะสังเกตได้จากปลาจะมีสีขาวขุ่นเป็นจุดๆขนาดเท่าประมาณหังเข็มหมุดจุดนี้จะกระจายอยู่ทั่วๆ ลำตัวและครีบสำหรับการรักษานั้นจะใช้วิธีการทำลายตัวอ่อนของพวกโปรโตซัวเหล่านั้น
          โรคโอโอดีเนียม  โรคนี้หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อมากนัก ถ้าลองดูอาการอาจจะคุ้นเคยกันมากทีเดียว โดยปลาที่เป็นโรคนี้จะว่ายน้ำทุรนทุราย บางครั้งจะพบว่ามีแผลตกเลือด รอยด่างสีน้ำตาลหรือสีเหลืองคล้ายสนิมตามตัว หรืออาจจะมีอาการกระพุ้งแก้มเปิดอ้ามากกว่าปกติ โดยโรคนี้ก็เกิดจากเชื้อโปรโตซัวเดียวกัน
         โรคพยาธิเห็บระฆัง โดยเห็บต่างๆเหล่านั้นจะทำให้ปลาเกิดการระคายเคือง เพราะเจ้าเห็บเหล่านี้จะเอาหนามที่อยู่ตรงกลางตัวของมันไปเกาะอยู่ตามลำตัวและเหงือกของปลาเจ้าเห็บเหล่านี้จะย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งตลอดเวลา ซึ่งอาจจะทำให้เกิดแผลขนาดเล็กตามลำตัวและเหงือกได้หลายที่
         โรคตกเลือดตามซอกเกล็ด  อาการคือปลาจะมีแผลสีแดงๆ เป็นจ้ำๆ ตามตัว โดยเฉพาะที่ครีบและตามซอกเกล็ดอาจมีอาการเกล็ดหลุดตามบริเวณรอบๆ แผล ด้านบนของแผลจะมีส่วนที่คล้ายสำลีสีน้ำตาลปนเหลืองติดอยู่
          โรคพยาธิปลิงใส ปลาที่มีพยาธิปลิงใสเกาะอยู่จะเห็นได้ชัดจากการที่ปลานั้นว่ายผิดปกติ ว่ายน้ำแบบทุรนทุราย ลอยตัวตามผิวน้ำ ผอมและกระพุ้งแก้มจะเปิดปิดเร็วกว่าปกติ
         โรคเมือกขุ่น ปลาอาจจะมีเมือกสีขาวปกคลุมลำตัวเป็นหย่อมๆ และปลามีการขับเมือกออกมามากจนได้กลิ่นคาวครีบหุบและบางตัวอาจจะว่ายกระเสือกกระสน
          สำหรับโรคต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นโรคที่เกิดจากโปรโตซัวและปรสิตชนิดต่างๆ แทบทั้งสิ้น ซึ่งดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าโรคต่างๆ เหล่านี้สามารถใช้ฟอร์มาลีนในการรักษาได้  แต่ที่สำคัญในการผสมสัดส่วนต่างๆ ที่จะใช้นั้นเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยโรคแต่ละโรคจะมีความต้องการใช้สัดส่วนของฟอร์มาลีนในปริมาณที่ต่างกัน โดยในเรื่องของการให้ฟอร์มาลีนนี้ บางคนอาจจะกลัวว่าเราไม่สามารถวัดปริมาณได้แม่นยำหรือเที่ยงตรงตามขนาดที่กำหนด 100%สำหรับประเด็นนี้ทางผู้คิดค้นสูตรต่างๆ ก็ได้มีการคำนวณมาเป็นอย่างดีแล้ว และสูตรที่ให้มานี้ไม่ใช้ปริมาณที่เข้มข้นที่สุดที่ปลาจะสามารถรับได้ เพราะฉะนั้นหากใส่เกินไปเล็กน้อย ปลาก็ยังสามารถทนได้อยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ แต่ทางที่ดีควรที่จะมีการชั่งตวงวัดในปริมาณที่กำหนดไว้จะเป็นการดีที่สุด

   สำหรับสัดส่วนในการให้ยาฟอร์มาลีนสำหรับโรคต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

   ปริมาณฟอร์มาลีน/น้ำ และระยะเวลาในการให้ยา

โรคจุดขาว    ฟอร์มาลีน   25-50  ซีซี    ต่อ   น้ำ      1,000    ลิตร  แช่นาน  24  ชั่วโมง
โรคโอโอดีเนียม  ฟอร์มาลีน     30-40  ซีซี    ต่อ     น้ำ      1,000    ลิตร  แช่นาน  24  ชั่วโมง
โรคพยาธิเห็บระฆัง  ฟอร์มาลีน    25-50  ซีซี    ต่อ  น้ำ      1,000    ลิตร  แช่นาน  24  ชั่วโมง
โรคตกเลือดตามซอกเกล็ด  ฟอร์มาลีน  25-40  ซีซี    ต่อ   น้ำ1,000    ลิตร  แช่นาน  48  ชั่วโมง
โรคพยาธิปลิงใส  ฟอร์มาลีน  25-40  ซีซี    ต่อ   น้ำ1,000    ลิตร  แช่นาน  24  ชั่วโมง
โรคเมือกขุ่น  ฟอร์มาลีน  25-40  ซีซี    ต่อ   น้ำ1,000    ลิตร  แช่นาน  48  ชั่วโมง
            นอกจากนั้นหลังจากที่เราให้ยาปลาเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ เราควรที่จะล้างทำความสะอาดตู้ครั้งใหญ่ด้วยฟอร์มาลีนนี้ด้วยเช่นกัน ด้วยการนำส่วนผสมฟอร์มาลีน 100-150 ซีซี  ต่อน้ำ  1,000  ลิตร แช่เอาไว้  1  ชั่วโมงและล้างออกให้หมดด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยกำจัดไข่อ่อนของโปรโตซัวที่เกาะอยู่ตามตู้เราออกไปได้เป็นอย่างดี

   เทคนิคในการใส่ฟอร์มาลีน

            ควรใส่ยานี้ตอนเช้าจะดีกว่าตอนเย็น และไม่ควรใช้ในบ่อน้ำที่มีน้ำเขียวจัด เนื่องจากถ้าน้ำเขียวจัด แพลงตอนพืชตาย ทำให้บ่อเน่า น้ำเสีย ปลาตายเพราะขาดออกซิเจนเสียก่อนที่จะหายจากโรค




เอกสารอ้างอิง

นิตยสารการส่งเสริมธุรกิจปลาสวยงาม(2552) .ประจำวันที่ 15 ก.พ.-14 มี.ค. 2552  Vol9/No.100               
            Febuary 2009.
www.samud.com/.../images/fatfish/DSC_0978.jpg
http://www.samud.com/Fish_shop/images/fatfish/DSC_0978.jpg
web.ku.ac.th/agri/fishdec/outworm.html


คัดลอกมาจากที่นี่ครับ
http://www.nicaonline.com/articles7/site/view_article.asp?idarticle=116


(Malachite Green : MG) 
ลักษณะทั่วไป :

         เป็นผงสีเขียว ละลายน้ำได้ดีเมื่อละลายน้ำแล้ว จะได้สารละลายสีน้ำเงิน มีสูตรทางเคมี C23H25N2
มาลาไคท์ กรีน ที่ใช้กันปัจจุบันมีอยู่ 2 รูป คือ

รูปของมาลาไคท์ กรีน  ออกซาเลต (Malachite green oxalate)
รูปของมาลาไคท์ กรีน ไฮโดรคลอไรด์ (Malachite green hydrochloride)


ชื่อทางการค้าอื่นๆ ของมาลาไคท์ กรีน :

          มาลาไคท์ กรีน ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีก เช่น วิคทอเรีย กรีน (Victoria Green),แอนิลีน กรีน
(Aniline Green),เบนซัลดีไฮด์ กรีน (Benzaldehyde Green) ,ไชน่ากรีน (China Green) ,ไดมอนด์ กรีน
(Diamond Green) ,บริลเลี่ยน กรีน (Brilliant Green)

คุณสมบัติทั่วไป :

1.มาลาไคท์ กรีน เป็นสีสังเคราะห์ที่ใช้สำหรับย้อมวัสดุต่างๆ เช่น ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ฝ้ายและกระดาษ
2.มาลาไคท์ กรีน จะถูกดูดซึม และมีการเปลี่ยนรูปไปเป็น ลูโคมาลาไคท์  กรีน (Leucomalachite Green : LMG)
   ในเนื้อเยื่อของสัตว์น้ำ และจะตกค้างเป็นระยะเวลานาน

ความเป็นพิษของมาลาไคท์ กรีน :

      เหนี่ยวนำให้เกิดเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์ตับ ในสัตว์ทดลอง ในขณะที่ลูโคมาลาไคท์ กรีน สามารถก่อให้
       เกิดมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ และตับในสัตว์ทดลอง
      เหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในการก่อให้เกิดเนื้องอกในสัตว์ทดลอง
      ทำให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม โดยการเพิ่มความยาวของสาย DNA
      ทำให้การพัฒนาของตัวอ่อน หลังฟักออกจากไข่มีความผิดปกติไปจากเดิมถึง 3-5 เท่า
      เป็นพิษโดยตรงต่อระบบหายใจของสัตว์น้ำและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีของเลือด
       ทำให้ระดับของแคลเซียมและโปรตีนในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว
      เป็นพิษอย่างรุนแรงต่อสาหร่ายพืชน้ำ และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในน้ำจืดและทะเล

การตกค้าง :

          มาลาไคท์ กรีน ที่ละลายในน้ำจะถูกดูดซึมเข้าสู่ปลาได้อย่างรวดเร็วและสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อของปลาและ
เปลี่ยนรูปไปเป็น ลูโคมาลาไคท์ กรีน ที่ไม่มีสี อัตราการดูดซึมขึ้นอยู่กับความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ มาลาไคท์ กรีน
และ ลูโคมาลาไคท์ กรีน จะตรวจพบมากที่บริเวณไขมันในช่องท้องและจะตรวจพบน้อยในน้ำเลือดเนื่องจาก
มาลาไคท์ กรีน ลูโคมาลาไคท์ กรีน สามารถแพร่กระจายไปได้อย่างกว้างขวางทั่วทุกเนื้อเยื่อของปลา
ทำให้เกิดการสะสมและติดแน่นในเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ดี และถูกกำจัดออกจากเนื้อเยื่อได้ช้า

มาลาไคท์ กรีน ในประเทศต่างๆ :

        ปี 2533 ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (USFDA) ได้ประกาศ
ห้ามใช้มาลาไคท์ กรีน ในการรักษาโรคสัตว์น้ำ
        มาลาไคท์ กรีน และลูโคมาลาไคท์ กรีน ไม่อนุญาติให้มีการตกค้างในสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคในประเทศ
ออสเตรเลีย หน่วยงานตรวจสอบและกักกันของประเทศออสเตรเลีย (AQIS) ได้เริ่มสุ่มตรวจหามาลาไคท์ กรีน
และลูโคมาลาไคท์ กรีน ในสัตว์น้ำนำเข้าเพื่อการบริโภคตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2548
        ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ไม่อนุญาตให้ใช้มาลาไคท์ กรีน ในการรักษาโรคสัตว์น้ำ (ตามกฎข้อบังคับ
Council Regulation 2377/90)
        ในประเทศฮ่องกง มาลาไคท์ กรีน ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของสารที่ก่ออันตรายและห้ามพบในอาหารทุกชนิด
ที่ขายภายในประเทศ
        ในประเทศเกาหลีประกาศห้ามใช้มาลาไคท์ กรีน ในสินค้าสัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยง และกำหนดมาตรฐาน
การตรวจสอบเข้มงวดในผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำนำเข้า

 

เคมีที่ใช้ทดแทน มาลาไคท์ กรีน
ในการรักษาโรคสัตว์น้ำ

ชื่อสารเคมี        การออกฤทธิ์     ปริมาณที่ใช้
  ฟอร์มาลิน     กำจัดปรสิตภายนอก   25-40 ส่วนในล้านส่วน นาน 24 ชั่วโมง
  ไตรฟูลาริน    กำจัดเชื้อรา    0.1 ส่วนในล้านส่วน นาน 24 ชั่วโมง
  โอโซน    กำจัดเชื้อรา   0.1 มิลลิกรัม/น้ำ  1 ลิตร นาน 1 นาที
  โพวิโดน ไอโอดีน     กำจัดเชื้อราบนไข่ปลา   100 มิลลิกรัม/น้ำ 1 ลิตร นาน 15 นาที 
  ด่างทับทิม    กำจัดปรสิตภายนอก    2-4 มิลลิกรัม/น้ำ 1 ลิตร นาน 24 ชั่วโมง
  ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์      กำจัดเชื้อราบนไข่ปลา    1,000 ส่วน ในล้านส่วน นาน 15 นาที 

http://www.fisheries.go.th/cf-kung_krabaen/malachite.htm
 
บันทึกการเข้า
oversize
เซียนตัวจริง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2356


สนุกสนาน กับการเลี้ยงปลา


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 10:03:06 am »

  เพิ่มเติมครับ คุณหนุ่มแนะนำว่า ในกรณี ตัดวงจรปรสิต  ใส่ 25 cc ต่อน้ำ 1 ตัน ใส่ 6 ครั้ง 1,4,7,14,21 และ 28 ครับ  Kiss Kiss Kiss
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12523



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2011, 02:31:44 am »

เพื่อให้ได้ผลดีขึ้นและครอบคลุมปรสิตเละเชื้อราด้วยครบแทบทุกชนิด ควรใช้ร่วมกับมาลาไคท์กรีน และในน้ำต้องไม่มีเกลือ  Grin
บันทึกการเข้า

SIAMcarp
ถามเรื่องเทคนิค บ่อปลา ระบบกรอง รักษาปลา 083 808 8875 ณัฐ
ถามเรื่องสินค้า ราคา สต็อค การจัดส่ง 084 142 0881 ตูน
Line ID : siamcarp
Group Line : siamcarp
Group Facebook : สยามคาร์ฟ กลุ่มคนรักปลาคาร์ฟ, siamcarp
รายละเอียดสินค้า ราคา สเปค : www.siamcarpshop.com
oversize
เซียนตัวจริง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2356


สนุกสนาน กับการเลี้ยงปลา


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 31, 2011, 07:11:43 am »

 เอกสารเผยแพร่บริษัทสยามอกรีคัลเจอรัล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
กลูตาราลดีไฮด์ เป็นยาฆ่าเชื้อโรคในกลุ่มอัลดีไฮด์ที่ออกฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อได้กว้างขวาง และรวดเร็วมาก ในปัจจุบันสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ทั้ง แกรมลบ แกรมบวก เชื้อรา สปอร์ต่างๆ , ไวรัส และรวมทั้งโปรโตซัว เช่น ซูโอแทมเนียม เป็นต้น ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในปัจจุบันมีการนำยาฆ่าเชื้อ กลูตาราลดีไฮด์ มาใช้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งการเตรียมบ่อและขณะเลี้ยง ไม่กัดกร่อน และไม่ตกค้าง ปลอดภัยกับผู้ใช้และสัตว์น้ำ
คุณสมบัติของกลูตาราลดีไฮด์
1. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ได้ดีในสภาพ พีเอช (pH) ช่วงกว้างประมาณ 7.5-9
2. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคอย่างฉับพลัน ฆ่าเชื้อโรคได้ทุกชนิด ทั้งแบคทีเรีย แกรมลบ แกรมบวก เชื้อรา สปอร์ต่างๆ ไวรัส และโปรโตซัว เช่น ซูโอแทมเนียม เป็นต้น
3. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ดีที่อุณหภูมิสูง
4. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ได้ทุกสภาพน้ำ สารอินทรีย์และความกระด้างของน้ำไม่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของตัวยา
5. ไม่มีผลต่อปริมาณแพลงก์ตอน (ไม่ลดปริมาณแพลงก์ตอน) และไม่ลดปริมาณออกซิเจน
6. ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสัตว์น้ำ ซึ่งมีองค์กร USA.EPA รับรอง
7. ไม่มีการตกค้างในบ่อ และสิ่งแวดล้อม
 
ปริมาณการใช้ 0.8cc/น้ำหนี่งตัน ลงยาวันเว้นวัน สามครั้ง
บันทึกการเข้า
Baluny
มือเก่าเลี้ยงมานาน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 534


No pain No gain


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 31, 2011, 08:09:34 am »

เอกสารเผยแพร่บริษัทสยามอกรีคัลเจอรัล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
กลูตาราลดีไฮด์ เป็นยาฆ่าเชื้อโรคในกลุ่มอัลดีไฮด์ที่ออกฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อได้กว้างขวาง และรวดเร็วมาก ในปัจจุบันสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ทั้ง แกรมลบ แกรมบวก เชื้อรา สปอร์ต่างๆ , ไวรัส และรวมทั้งโปรโตซัว เช่น ซูโอแทมเนียม เป็นต้น ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในปัจจุบันมีการนำยาฆ่าเชื้อ กลูตาราลดีไฮด์ มาใช้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งการเตรียมบ่อและขณะเลี้ยง ไม่กัดกร่อน และไม่ตกค้าง ปลอดภัยกับผู้ใช้และสัตว์น้ำ
คุณสมบัติของกลูตาราลดีไฮด์
1. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ได้ดีในสภาพ พีเอช (pH) ช่วงกว้างประมาณ 7.5-9
2. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคอย่างฉับพลัน ฆ่าเชื้อโรคได้ทุกชนิด ทั้งแบคทีเรีย แกรมลบ แกรมบวก เชื้อรา สปอร์ต่างๆ ไวรัส และโปรโตซัว เช่น ซูโอแทมเนียม เป็นต้น
3. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ดีที่อุณหภูมิสูง
4. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ได้ทุกสภาพน้ำ สารอินทรีย์และความกระด้างของน้ำไม่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของตัวยา
5. ไม่มีผลต่อปริมาณแพลงก์ตอน (ไม่ลดปริมาณแพลงก์ตอน) และไม่ลดปริมาณออกซิเจน
6. ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสัตว์น้ำ ซึ่งมีองค์กร USA.EPA รับรอง
7. ไม่มีการตกค้างในบ่อ และสิ่งแวดล้อม
 
ปริมาณการใช้ 0.8cc/น้ำหนี่งตัน ลงยาวันเว้นวัน สามครั้ง

โอ้วววว  หาได้ทีไหนครับ ยาตัวนี้   Grin
บันทึกการเข้า

Happiness you can Feed ...... ตามนั้น
oversize
เซียนตัวจริง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2356


สนุกสนาน กับการเลี้ยงปลา


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 31, 2011, 08:22:28 am »

ผมใด้มาจากสยามคราฟ ไม่ทราบว่ายังเหลือหรือเปล่าครับ ลองถามคุณตูนดู dosage ต่ำดีครับ
บันทึกการเข้า
Baluny
มือเก่าเลี้ยงมานาน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 534


No pain No gain


« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 31, 2011, 08:42:53 am »

ผมใด้มาจากสยามคราฟ ไม่ทราบว่ายังเหลือหรือเปล่าครับ ลองถามคุณตูนดู dosage ต่ำดีครับ

ขอบคุณทีแนะนำครับเฮีย  ขอบคุณมากๆครับ   Grin
บันทึกการเข้า

Happiness you can Feed ...... ตามนั้น
oversize
เซียนตัวจริง
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2356


สนุกสนาน กับการเลี้ยงปลา


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 08:12:48 pm »

การใช้ฟอมารืนเพื่มเติมครับคัดลอกมาจาก อาจาร suksan จาก web koi-keeper .netผู้ที่ชำนาญ จะใช้ได้ผลดี ถ้ามือใหม่ โปรดพิจารณาสิ่งต่อไปนี้

1 ควรใช้ขณะอุณหภูมิน้ำ 15-25 ซ. ในกรณีที่อุณหภูมิน้ำสูง ออกซิเจนในน้ำต่ำอยู่แล้ว อาจทำให้ขาดออกซิเจน ต้องใช้ปั้มลม และคอยสังเกตุอาการ
2 ฟอร์มาลีน 5 พีพีเอ็ม ทำให้ออกซิเจนลดลง 1 พีพีเอ็ม ถ้าปลามีอาการผิดปกติเช่นยกจมูกขึ้น ควรหยุดทันที
3 ห้ามผสมกับเกลือ เพราะจะเกิด Chlorine ซึ่งเป็นพิษ ห้ามใช้ร่วมกับด่างทับทิม และไฮโดรเย็น เพอร์ออกไซด์
4 ไม่ควรใช้กับปลาที่เป็นแผล
5 ไม่ควรใช้ในบ่อที่น้ำเขียวจัด เนื่องจากฟอร์มาลีนทำให้พืชน้ำเล็กๆ ตาย อาจเกิดภาวะขาดออกซิเจนในบ่ออย่างเฉียบพลัน
6 นิยมใช้ฟอร์มาลีนร่วมกับมาลาไคร์กรีน เพราะเสริมฤิทธิ์ต่อกัน แต่ห้ามใช้ขณะอุณหภูมิน้ำสูงกว่า 28 ซ.
7 ฟอร์มาลีนอาจทำลายแบคทีเรียบางส่วนในระบบกรอง ควรปิดยูวี และปั้มน้ำ 2-3 ชั่วโมง
8 น้ำสกปรก ปรสิตอาจไม่ตาย เพราะฟอร์มาลีนไปรวมตัวกับสารอินทรีย์
9 ปลาขนาดเล็ก และปลาดอยซ์ควรให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
10 ปลาทองใช้ขนาดเพียงครึ่งเดียว
11 เมื่อผสมฟอร์มาลีนควรสวมถุงมือ และแว่นตา
12 ทำให้ pH ลดลงเล็กน้อย
13 ทำให้แสบตา น้ำตาไหล

14 ตรวจดูวันผลิต และวันหมดอายุ โดยทั่วไปหมดอายุใน 3 ปี หากตกตะกอน ไม่ควรนำมาใช้
15 ติดไฟได้
ขอคุยต่อเรื่องขนาดใช้ ซี่งอาจแตกต่างกัน ขึ้นกับประสบการณ์ผู้ใช้ และอุณหภูมิ เช่น
18 ซ. หมดฤทธิ์ใน 4 วัน
23 ซ. หมดฤทธิ์ใน 3 วัน
บันทึกการเข้า
Gang_p
มือเก่าเลี้ยงมานาน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 970



« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 09:03:10 pm »

เอกสารเผยแพร่บริษัทสยามอกรีคัลเจอรัล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
กลูตาราลดีไฮด์ เป็นยาฆ่าเชื้อโรคในกลุ่มอัลดีไฮด์ที่ออกฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อได้กว้างขวาง และรวดเร็วมาก ในปัจจุบันสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ทั้ง แกรมลบ แกรมบวก เชื้อรา สปอร์ต่างๆ , ไวรัส และรวมทั้งโปรโตซัว เช่น ซูโอแทมเนียม เป็นต้น ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในปัจจุบันมีการนำยาฆ่าเชื้อ กลูตาราลดีไฮด์ มาใช้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งการเตรียมบ่อและขณะเลี้ยง ไม่กัดกร่อน และไม่ตกค้าง ปลอดภัยกับผู้ใช้และสัตว์น้ำ
คุณสมบัติของกลูตาราลดีไฮด์
1. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ได้ดีในสภาพ พีเอช (pH) ช่วงกว้างประมาณ 7.5-9
2. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคอย่างฉับพลัน ฆ่าเชื้อโรคได้ทุกชนิด ทั้งแบคทีเรีย แกรมลบ แกรมบวก เชื้อรา สปอร์ต่างๆ ไวรัส และโปรโตซัว เช่น ซูโอแทมเนียม เป็นต้น
3. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ดีที่อุณหภูมิสูง
4. กลูตาราลดีไฮด์ ออกฤทธิ์ได้ทุกสภาพน้ำ สารอินทรีย์และความกระด้างของน้ำไม่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของตัวยา
5. ไม่มีผลต่อปริมาณแพลงก์ตอน (ไม่ลดปริมาณแพลงก์ตอน) และไม่ลดปริมาณออกซิเจน
6. ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสัตว์น้ำ ซึ่งมีองค์กร USA.EPA รับรอง
7. ไม่มีการตกค้างในบ่อ และสิ่งแวดล้อม
 
ปริมาณการใช้ 0.8cc/น้ำหนี่งตัน ลงยาวันเว้นวัน สามครั้ง

ขนาดใช้ขึ้นกับความเข้มข้นด้วยนะครับ ที่ผมใช้เข้มข้น 50%  ผมใช้แค่ 0.3-0.5 cc/ton ครับ
บันทึกการเข้า
DiDy ^^
สุข-ทุกข์อยู่ที่ตัวเรา
Koi Seller
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 13137


รูปนี้คือรูปหมาป่านะค่ะ ไม่ใช่รูปแมว TT___TT


« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 02:35:35 pm »

การใช้ฟอมารืนเพื่มเติมครับคัดลอกมาจาก อาจาร suksan จาก web koi-keeper .netผู้ที่ชำนาญ จะใช้ได้ผลดี ถ้ามือใหม่ โปรดพิจารณาสิ่งต่อไปนี้

1 ควรใช้ขณะอุณหภูมิน้ำ 15-25 ซ. ในกรณีที่อุณหภูมิน้ำสูง ออกซิเจนในน้ำต่ำอยู่แล้ว อาจทำให้ขาดออกซิเจน ต้องใช้ปั้มลม และคอยสังเกตุอาการ
2 ฟอร์มาลีน 5 พีพีเอ็ม ทำให้ออกซิเจนลดลง 1 พีพีเอ็ม ถ้าปลามีอาการผิดปกติเช่นยกจมูกขึ้น ควรหยุดทันที
3 ห้ามผสมกับเกลือ เพราะจะเกิด Chlorine ซึ่งเป็นพิษ ห้ามใช้ร่วมกับด่างทับทิม และไฮโดรเย็น เพอร์ออกไซด์
4 ไม่ควรใช้กับปลาที่เป็นแผล
5 ไม่ควรใช้ในบ่อที่น้ำเขียวจัด เนื่องจากฟอร์มาลีนทำให้พืชน้ำเล็กๆ ตาย อาจเกิดภาวะขาดออกซิเจนในบ่ออย่างเฉียบพลัน
6 นิยมใช้ฟอร์มาลีนร่วมกับมาลาไคร์กรีน เพราะเสริมฤิทธิ์ต่อกัน แต่ห้ามใช้ขณะอุณหภูมิน้ำสูงกว่า 28 ซ.
7 ฟอร์มาลีนอาจทำลายแบคทีเรียบางส่วนในระบบกรอง ควรปิดยูวี และปั้มน้ำ 2-3 ชั่วโมง
8 น้ำสกปรก ปรสิตอาจไม่ตาย เพราะฟอร์มาลีนไปรวมตัวกับสารอินทรีย์
9 ปลาขนาดเล็ก และปลาดอยซ์ควรให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
10 ปลาทองใช้ขนาดเพียงครึ่งเดียว
11 เมื่อผสมฟอร์มาลีนควรสวมถุงมือ และแว่นตา
12 ทำให้ pH ลดลงเล็กน้อย
13 ทำให้แสบตา น้ำตาไหล

14 ตรวจดูวันผลิต และวันหมดอายุ โดยทั่วไปหมดอายุใน 3 ปี หากตกตะกอน ไม่ควรนำมาใช้
15 ติดไฟได้
ขอคุยต่อเรื่องขนาดใช้ ซี่งอาจแตกต่างกัน ขึ้นกับประสบการณ์ผู้ใช้ และอุณหภูมิ เช่น
18 ซ. หมดฤทธิ์ใน 4 วัน
23 ซ. หมดฤทธิ์ใน 3 วัน

Undecided Undecided Undecided Undecided Undecided
พึ่งรู้นะเนี่ยยยยย

ว่าแต่ตะกอนนี้ใช่ตอนกอนสีขาวหรือเปล่าคะ

แล้วทำไมถึงไม่ควรนำมาใช้คะ

แล้วเคยไปที่ศึกษาภัณฑ์มันมีตะกอนทุกขวดเลย

เคยมีพี่ที่คณะวิทย์-ภาคชีววิทยา เค้าบอกว่าใช้ได้เพราะว่าที่เห็ฯเป็ฯผงขาวๆ

มันเป็ฯคล้ายๆผงช๊อคเป็ฯตัวรักษาสภาพอ่าคะ
 Sad Sad Sad Sad Sad
ปล.ปกติพี่ที่รู้จักที่เค้าบอกเนี่ยเค้าเอาไว้ดองสัตว์อ่าคะ พวกกระต่าย ปลาอะไรพวกนั้น(พี่เค้าเคยบอกด้วยแหละว่าถ้าปลาตายเให้เอาไปเด๊่ยวดองให้)
 Wink Wink Wink Wink Wink
บันทึกการเข้า


Facebook ของKoi Mart Farm กดที่รูปข้างบนได้เลยคะ ^^
surasit
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 75



« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2011, 06:05:38 am »

 Kiss
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น