หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โปรไบโอติก-ไคโตซาน  (อ่าน 20431 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
untAAA
เอ้า ยิ้มกันหน่อย ;)
ผู้ชำนาญการเลี้ยง
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136



« เมื่อ: สิงหาคม 23, 2007, 09:58:59 pm »

Probiotic คืออะไร?

 
                      คำว่า โปรไบโอติก (Probiotic) ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรายงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของ Lilly และ Stillwell ในปี พ.ศ.2508 เพื่อกล่าวถึงสารที่จุลินทรีย์ชนิดหนึ่งขับออกมาและช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์อีกชนิดหนึ่ง  ซึ่งเป็นการทำงานที่ตรงข้ามกับการทำงานของยาปฏิชีวนะ (antibiotic) ที่จะทำลายจุลินทรีย์เกือบทุกชนิดในปี พ.ศ.2517 Parker ได้ให้คำจำกัดความว่า โปรไบโอติก คือสิ่งมีชีวิตและสารเคมีที่มีผลต่อสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ คำจำกัดความล่าสุด ซึ่งเสนอดดย Fuller ในปี พ.ศ.2530 อธิบายคำว่า โปรไบโอติก คืออาหารเสริมซึ่งเป็นจุลินทีย์ที่มีชีวิต สามารถก่อประโยชน์ต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่มันอาศัยอยู่  โดยการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย

คำว่าจุลินทรีย์ (micro-organism) หมายถึงสิ่งมีชีวิตซึ่งส่วนใหญ่มีขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ที่อาจมีโทษหรือมีประโยชน์ต่อเราก็ได้ แบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดใหญ่ๆ คือ ไวรัส, รา หรือยีสต์, แบคทีเรีย และพาราไซต์ไวรัส เป็นจุลินทรีย์ที่มีขนาดเล็กที่สุดได้แก่ เชื้อเอดส์, งูสวัด, และเริม เป็นต้นราหรือยีสต์ ได้แก่ โรคผิวหนังที่ขึ้นตามที่อับชื้น มักทำให้มีอาการคัน  พาราไซต์ ได้แก่ เชื้อไขมาเลเรีย แบคทีเรีย น่าจะเป็นคำที่รู้จักแพร่หลายมากที่สุดในบรรดาจุลินทรีย์ที่กล่าวมาแล้ว และคนก็มักนึกถึงแต่เชื้อโรคอย่างเดียว ตัวอย่างของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคได้แก่เชื้อวัณโรค เชื้อที่ทำให้เจ็บคอ หรือเชื้อที่ทำให้เราท้องเสียจากอาหารเป็นพิษ เป็นต้น แต่ยังมีแบคทีเรียที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายเรา ได้แก่แบคทีเรียที่ผลิตกรดแลคติกได้ ซึ่งอาจเรียกว่า แลคติกแอซิดแบคทีเรีย แบคทีเรียที่ดีเหล่านี้ คือโปรไบโอติกนั่นเอง ได้แก่ แลคโตบาซิลัส อะซิโดฟิลลัส (Lactobacillus acidophius), เอนเทอโรคอคคัส ฟีคาลิส (Enterocossus faecalis), เตรปโตคอคคัส เทอร์โมฟิลัส (Streptococcus thermophilus) และ ไบฟิโดแบคทีเรียม ไบฟิดัม (Bifidobacterium bifidum) แบคทีเรียที่ดี มีประโยชน์ต่อเรานี้ อาศัยอยู่ในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ของเรา ตั้งแต่เราเกิดเป็นทารก ทำหน้าที่ช่วยย่อยอาหารและผลิตสารอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้กับเรา ได้แก่ กรดอะมิโน กรดแลคติก พลังงาน ไวตามินเค ไวตามินบี และสารปฏิชีวนะธรรมชาติหลายชนิด ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

       1.  กรดแลคติกที่แบคทีเรียผลิตออกมา  จะทำให้สภาวะภายในลำไส้ มีความเป็นกรดมากพอที่จะยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรค
        2.  ทำให้ระบบขับถ่ายดี ไม่เกิดการหมักหมมของของเสียในร่างกาย เป็นการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับ
        3.  ไวตามินบีที่ได้ จะทำให้เซลล์ในระบบภูมิต้านทานทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำให้มีการผลิตเม็ดเลือดแดงดีขึ้นด้วย
        4.  ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง และกำจัดสารก่อมะเร็งบางชนิด
        5.  แลคติกแอซิตแบคทีเรีย ยังช่วยละระดับน้ำตาลและโคแลสเตอรอลในเลือดด้วย
        6.  นอกจากนี้ยังผลิตเอนไซม์แลคเตส ซึ่งช่วยย่อยน้ำตาลในนม ทำให้เราไม่มีอาการท้องอืดจากการดื่มนม และช่วยให้การดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น
 
สำหรับการใช้กับปลาคาร์พ มีเพื่อนๆหลายคนได้ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย โดยเชื่อกันว่า โปรไบโอติก เป็นเทคโนโลยีชีวภาพในการใช้จุลินทรีย์ หรือแบคทีเรียที่มาจากธรรมชาติ ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม มาใช้ในการเลี้ยงปลาทดแทนการใช้สารเคมี ด้วยหลักการการใช้จุลินทรีย์ที่ดีไปควบคุมจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนมากจะเกี่ยวกับกุ้งนะครับ แต่ก็เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

http://www.kungthai.com/aps11.html
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12532



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 06:29:09 am »

เพิ่งรู้ว่าเป็นนักวิชาการก็เป็น  Smiley ย้ายไปอยู่เรื่องวิชาการเลยนะ แจ๋ว  Cool
บันทึกการเข้า

SIAMcarp
ถามเรื่องเทคนิค บ่อปลา ระบบกรอง รักษาปลา 083 808 8875 ณัฐ
ถามเรื่องสินค้า ราคา สต็อค การจัดส่ง 084 142 0881 ตูน
Line ID : siamcarp
Group Line : siamcarp
Group Facebook : สยามคาร์ฟ กลุ่มคนรักปลาคาร์ฟ, siamcarp
รายละเอียดสินค้า ราคา สเปค : www.siamcarpshop.com
untAAA
เอ้า ยิ้มกันหน่อย ;)
ผู้ชำนาญการเลี้ยง
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136



« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 10:00:20 am »

เพิ่งรู้ว่าเป็นนักวิชาการก็เป็น  Smiley ย้ายไปอยู่เรื่องวิชาการเลยนะ แจ๋ว  Cool

เชอะ เห็นผมเป็นพวกตลก ลามกอ่ะสิ จริงๆก็เปงคนเอางานเอาการนะพี่ Smiley

Cool เยี่ยมเลยครับ อั๋น มีข้อมูลดีๆเอามาแชร์กันอย่างนี้ดีแล้วครับ  Cool

เรื่องของเรื่องคือไปค้นหาเพราะพี่ถาถามมาอ่ะเอก เลยเกิดข้อสงสัย
จริงๆอันเคยลองผสมกันทั้ง 2(โปรไบโอติก+ไคโตซาน) ตัวแล้วหล่ะ แต่ผลที่ได้ไม่เห็นอะไร เลยหยุดตัวนึงไปก่อน
บันทึกการเข้า
untAAA
เอ้า ยิ้มกันหน่อย ;)
ผู้ชำนาญการเลี้ยง
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136



« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 10:08:53 am »

มาต่อกันนะครับ

จุลินทรีย์และโปรไบโอติก
     ในกลุ่ม แลบ อินเตอร์ เองก็มีผลิตภัณฑ์ทั้งจุลินทรีย์ และโปรไบโอติกขาย สำหรับจุลินทรีย์ที่ใช้บำบัดคุณภาพน้ำ อาจกล่าวได้ว่าเป็นบริษัทแรกด้วยซ้ำเมื่อประมาณ 10 ปี
มาแล้ว แถมเป็นจุลินทรีย์ในรูปของเหลวเป็นบริษัทแรก และตัวแรก ในเมืองไทย สำหรับจุลินทรีย์ผสมอาหารได้จดทะเบียน และนำมาขายกับกรมปศุสัตว์ตั้งแต่ปี 2540
ทะเบียนเลขที่ 02 04 40 0308 และทะเบียนเลขที่ 02 04 40 0309 และต่อมาก็ผลิตมาขายในสัตว์น้ำเราสามารถแบ่งจุลินทรีย์ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่
1. จุลินทรีย์ที่ใช้บำบัดคุณภาพน้ำและพื้นบ่อ ปัจจุบันยัง ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ว่าการผลิตและนำเข้าจะต้อง มีใบตรวจรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าจะ ต้องไม่มี
จุลินทรีย์ที่เป็นโทษหรือต้องห้ามปนเปื้อนอยู่
2. จุลินทรีย์สำหรับให้สัตว์กินเข้าไปในร่างกาย อาจใช้แบบผสมอาหารหรือวิธีการอื่น ต้องจดทะเบียนกับ กรมปศุสัตว์เป็นประเภทอาหารเสริมชีวนะ
      จุลินทรีย์ทั้งสองกลุ่มจะมีความแตกต่างกัน อย่างมากถึงแม้บางครั้งจุลินทรีย์จะมีชื่อ (Genus) เหมือนกันแต่จะมีนามสกุล (specie) รวมถึง รายละเอียดที่ย่อยลงไปอีก
(strain) แตกต่างกัน ให้ผลในการใช้แตกต่างกัน จุดประสงค์และวิธี การใช้แตกต่างกัน ในสากลจุลินทรีย์ที่ให้สัตว์กิน จะแยกส่วนออกมาและใช้คำว่า Direct Fed
Microbial (D.F.M) (ภาษาไทยยังนึกคำไม่ออก ) ส่วนคำว่าโปรไบโอติกโดยทั่วไปถือว่าเป็น สรรพคุณไม่ใช่ตัวสาร ทั้งจุลินทรีย์ที่ใส่น้ำ และกินให้สรรพคุณที่เป็น
โปรไบโอติกเอฟเฟค ได้ (Probiotic effect) คือการมีชีวิตและ เพิ่มจำนวน รวมถึงเจริญเติบโตขึ้นมาข่ม จุลินทรีย์ที่เป็นโทษ (Compettitive Exclusion) และสร้างสาร
ที่มีประโยชน์ เช่นสารปฏิชีวนะ เอ็นไซม์ กรดอ่อน (กรดแลคติก) เป็นต้น
       หลายท่านคิดว่าจุลินทรีย์ไม่มีโทษผมขอใช้ คำว่ามีโอกาสเป็นโทษและทำให้เกิดโทษน้อย มากกว่า แต่ถ้าการผลิตและใช้ไม่ดีจะเกิดโทษได้ เช่น ขาดออกซิเจนและสีน้ำล่ม
ยังมีข้อควรระวัง และคำนึงถึงโทษร้ายแรงของจุลินทรีย์อีกประการ ที่มักถูกมองข้าม การผลิตและนำเข้าจุลินทรีย์ ต่างถิ่นจากที่หนึ่งไปใช้ในอีกที่หนึ่งถ้าขาดการ ตรวจสอบ
ระมัดระวังที่ดี ถึงแม้ว่าจุลินทรีย์ตัวนี้ จะเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ แต่ว่าอาจจะ เกิดการเจริญเติบโตรวดเร็วและแพร่กระจาย ได้ดีจนไปข่มจุลินทรีย์ท้องถิ่น แล้วปัญหา ที่
ตามมาล่ะครับอะไรจะเกิดขึ้น ผมขอยกตัวอย่าง ง่ายๆ ที่ทุกท่านเคยพบมา เช่นผักตบชวาและ หอยเชอรี่ ครั้งแรกนำเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อเป็นพืชและสัตว์เลี้ยงสวยงาม
ซึ่งทั้งสองชนิด นี้ไม่ได้เป็นพืชและสัตว์ท้องถิ่นของไทย เมื่อหลุด เข้าไปในธรรมชาติของไทยสองสิ่งนี้สามารถ เจริญเติบโตได้ดี รวดเร็วจนไปข่มพืชและสัตว์ ประจำถิ่นของ
ไทยจนเกิดปัญหาตามมามากมาย และถึงแม้ว่าจะเป็นจุลินทรีย์ในไทยเอง การย้ายจุลินทรีย์ จากถิ่นหนึ่งธรรมชาติหนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่งก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง นี่คงเป็น
เพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น
      ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ การเลี้ยงกุ้ง แบบชีวภาพ 3 คำนี้น่าจะมีความแตกต่าง ครอบคลุมเรื่องราว ที่แตกต่างกัน น่าจะมีคำจำกัดความจะได้มีขอบเขตที่ตรง
กัน ผมเชื่อว่าทุกวันนี้เรากำลังพูดถึง 3 คำนี้ด้วยความคิดและ ขอบเขต ที่เหมือนกับเรากำลังพูดคุยคนละเรื่องเดียวกัน เนื้อหาสาระ ความเข้าใจก็เป็นคนละเรื่องเดียวกัน
      ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ น่าจะหมายถึงผลผลิตที่ได้จาก สิ่งมีชีวิตที่มิได้นำมาเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมี อาจจะได้จาก การบด อบ หรือสกัดออกมา หรือที่ได้จากขบวนการผลิต
โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ เช่น หมัก ตัดต่อยีน ในส่วนของ แลบ อินเตอร์ มีผลิตภัณฑ์ชีวภาพมากหลายแต่เพียงมิได้ นำมาโฆษณาและขายตามกระแสเท่านั้น อาทิเช่น น้ำมันปลา
น้ำมันปลาหมึก เทอร์โบ กากชา จุลินทรีย์ เอ็นไซม์ พลาสมาโปรตีน ยีสต์ สไปรูไลน่า โปรตีนสกัดจากถั่ว ดอกดาวเรือง โปรตีนสกัด จากปลาและสมุนไพรในสัตว์บก ฯลฯ ถ้า
เพียงเรารู้และเข้าใจ ในตัวสาร เราก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่ต้องไม่เป็น สารที่ห้าม ไม่จำเป็นต้องเป็นสารชีวภาพ สารชีวภาพถ้าไม่รู้จัก ไม่เข้าใจก็มีโทษมากมาย
และนอกจากนี้ยังมีการโฆษณา ชวนเชื่อและนำมาใช้กับตัวสินค้าอย่างเกินความเป็นจริง ผมจะลองยกตัวอย่างให้ดูบางส่วน
        การผลิตยาอ็อกซีเตตร้าซัยคลิน ก็ใช้เทคโนโลยี ชีวภาพ การหมัก และสกัดออกมาผลิตภัณฑ์ที่ได้ก็เป็นสาร ชีวภาพ เราจึงเรียกว่ายาปฏิชีวนะการผลิตเอ็นไซม์และ
จุลินทรีย์ โดยเฉพาะเอ็นไซม์ ก็มีวิธีการและหลักการ เดียวกันกับอ็อกซี่ ผลิตภัณฑ์ที่ได้ก็เป็นผลิตภัณฑ์ ชีวภาพ เราจึงเรียกตามภาษากรมปศุสัตว์ว่า สารเสริมชีวนะและไคโตซาน
ที่ผลิตและขาย เป็นสินค้าสำเร็จรูปที่ขายในสัตว์น้ำ มีสารสกัด ไคโตซานอยู่ 1-2% และกรด สารเคมี 1-2% เราควรเรียกว่าผลิตภัณฑ์ชีวภาพหรือไม่เทคโนโลยีชีวภาพคำนี้
มีความหมาย ที่ยิ่งใหญ่และกว้างขวาง การพูดว่าเมืองไทย จะเจริญหรือรอดในอนาคตต้องเทคโนโลยีชีวภาพ คงเป็นเรื่องที่ถูกแต่เป็นคำพูดแบบกำปั้นทุบดิน เราคงต้องแยก
แยะออกมาเป็นเรื่องๆว่าเป็น เทคโนโลยีชีวภาพ อะไร เรื่องไหน โดยส่วนตัวผมมี ความเชื่อในเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพที่ยิ่งใหญ่กว่า ที่ทุกคนคาดตามที่ผู้รู้ท่านหนึ่งบอกผมและ
ผม ก็เชื่อและเห็นด้วยท่านกล่าวว่า "ยุคต่อไป หลังยุคสื่อสารโทรคมนาคมคอมพิวเตอร์จะเป็น ยุครุ่งเรืองของเทคโนโลยีชีวภาพ" เพียงแต่ คุณต้องหาเองว่าเป็นเทคโนโลยี
ชีวภาพเรื่องไหน ตัวไหน เวลาไหนที่เหมาะกับคุณ จีเอ็มโอ โคลนนิ่ง การตอนกิ่งไม้ การทำปลาร้า น้ำบูดู ล้วนแล้วแต่เป็นเทคโนโลยีชีวภาพ แม้แต่ อเมริกาผมคิดว่าคงกลัว
อาวุธชีวภาพมากกว่า อาวุธนิวเคลียร์เสียอีก (อันนี้ก็ใช้เทคโนโลยี ชีวภาพเหมือนกัน )
บันทึกการเข้า
mio
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 10:12:45 am »

 Cool เยี่ยมครับ อั๋น แต่ข้อมูลเยอะจะง พอสรุปสั้นๆได้ไหมอะ เราก็อยากรู้แต่ขี้เกียดอ่าน พอรู้เรื่องโปรไปโอติก และไคโตซาน นี้ไม่รู้ครับเหอะๆ
บันทึกการเข้า
untAAA
เอ้า ยิ้มกันหน่อย ;)
ผู้ชำนาญการเลี้ยง
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136



« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 10:22:40 am »

สำหรับอันนะครับเอก  โปรไบโอติก ก็เหมือนที่เอกพอจะเข้าใจคือการที่ส่งจุลินทรีย์ดีไปยับยั้งจุลินทรีย์ที่ไม่ดีในระบบ
ช่วยให้จุลินทรีย์ในขี้ปลาสมารถยอ่ยสลายได้ง่ายขึ้นลดภาระระบบกรอง
ส่วน ไคโตซานเนี่ย เมื่อก่อนส่วนใหญ่จะกับการเกษตรเพื่อให้การเก็บรักษาความสดได้นานขึ้นและผลผลิตมีมากขึ้น แต่เมื่อพิจารณา
จากข้อมูลที่อ่านๆเนี่ยการใช้งานในการผสมอาหารปลาก็คงมีส่วนในเรื่องของการเพิ่ม จุลินทรย์เช่นเดียวกัน

เมื่อได้ทดลองใช้ทั้ง 2 ตัว ผลลัพธ์ยังไม่แน่ชัดครับ แต่ไคโตซานมีกลิ่นเปรี้ยวๆที่เกิดจากการหมักต่างจากโปรไบโอติกซึ่งไม่มีกลิ่นแบบนั้น
แต่ปลาที่อั๋นเลี้ยงมันก็ไม่ได้ยินดียินร้ายกับการผสมอะไรในอาหารเลย มันก็กินช้าๆเหมือนเดิม ไม่ค่อยกระตือรือร้น
สรุป ผสมเพราะความสนุกครับ แต่ไม่มีผลกระทบใดๆในตอนนี้ครับผม (ต้องรอดูระยะยาวหน่อย)
บันทึกการเข้า
untAAA
เอ้า ยิ้มกันหน่อย ;)
ผู้ชำนาญการเลี้ยง
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136



« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 10:28:23 am »

ยังไม่อยากอ่านวันนี้ก้เก็บไว้ก่อนก็ได้ไว้ว่างๆค่อยมาอ่าน ต้องมีซักวันหล่ะที่ไม่มีอะไรจะอ่านแล้วอยากอ่านเรื่องพวกนี้บ้าง อั๋นเก็บให้มันอยู่ในเรื่องเดียวกัน
เพราะอยากให้คนที่สนใจ อยากจะรู้จะได้มีแหล่งข้อมูลที่นครอบคลุมเนื้อหาวิชาการอ่ะเอก  Cheesy

           ไคติน-ไคโตซาน อาหารปลาคาร์พจากธรรมชาติ
          ผู้เลี้ยงปลาแฟนซีคาร์พหลายๆท่านคงเคยได้ยินคำวว่าไคติน-ไคโตซานหรืออาจจะคุ้นเคยกับคำๆนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากใช้ไคติน-ไคโตซานเป็นส่วนผสมในอาหารปลาแฟนซีคาร์พอยู่เป็นประจำ แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับคำๆนี้ ลองมาทำความรู้จักกับเจ้า ไคติน-ไคโตซานกันสักหน่อยแล้วคุณอาจจะพบว่ายังมีทางเลือกใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ปลาแฟนซีคาร์พของคุณ มีคุณภาพและสวยงามมมากกว่าที่คุณเคยรู้ก็เป็นได้
          ไคติน-ไคโตซานเป็นโคโพลิเมอร์ธรรมชาติ ที่มีมากที่สุดในโลก รองจากเซลลูโลส(cellulose) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ.1811 ไคติน-ไคโตซาน ประกอบด้วยอนุพันธ์ของน้ำตาลกลูโคส ที่มีธาตุไนโตรเจนเกาะอยู่ภายในโมเลกุล ทำให้มีคูณสมบัติเฉพาะตัวในการเกิดปฎิกิริยาทางเคมีกับสารหลายชนิด ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของไคติน-ไคโตซาน คือเป็นวัสดุทางชีวภาพ(biomaterial) ที่มีการเข้ากันได้ทางชีวภาพ(biocompatibility) เป็นสารที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางชีวภาพ(bioactivity) สามารถย่อยสลายเองตามธรรมชาติ(biodegradable) จึงเป็นสารที่ไม่เป็นอันตรายต่อสี่งมีชีวิตในปัจจุบันได้นำมาใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม เช่น ทางการแพทย์ ,การเกษตร เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม บำบัดน้ำเสีย อาหารสัตว์เป็นต้น
          การประยุกต์ใช้กับปลาคาร์พโดยการผสมในอาหารปลา
          ใช้ไคติน-ไคโตซานผง เป็นวัตถุดิบผสมในอาหารเม็ดในขั้นตอนการผลิต หรือนำไปใช้คลุกกับอาหารปั้นในอัตราส่วนเดียวกันจะทำให้ปลาเจริญเติบโตเร็ว สุขภาพแข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อโรค
          ไคติน-ไคโตซานจะเข้าไปทำงานในระบบทางเดินอาหารเป็นส่วนใหญ่บางส่วนถูกดูดซึมเข้าไปใช้ในกระบวนการสร้างเกล็ดปลาซึ่งมีกระบวนการทำงานพอสังเขปดังนี้
          ไคติน- ไคโตซานผงจะถูกละลายภายในกระเพาะอาหารได้เป็นสารละลายไคโตซานซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว(กลูโคซามีน) หลายโมเลกุลเรียงต่อโยงใยกันไปมาเหมือนตาข่ายจึงสามารถดักจับไขมัน (โดยเฉพาะ LDL) โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง เชื้อรา (อัลฟาท็อกซิน) ที่ปนเปื้อนมากับอาหารเหมือนการล้างสารพิษลำไส้ (Detoxification) และจะถูกขับถ่ายออกมา จึงช่วยให้
          -  เพิ่มการดูดซึมสารอาหารเช่นกรดอะมิโน (สร้างสีดำ) สารเร่งสี(สร้างสีแดง) เป็นต้น
          - ปลาเจริญเติบโตไว (เพิ่มประสิทธิภาพการใช้อาหาร)
          - กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอให้กลับมาดีดังเดิม
          - ช่วยส่งเสริมการทำงานของตับให้ดีขึ้น (Livers function enhancement properties)
          - ไม่ทำให้ปลาอ้วนเสียรูปทรง
          เห็นประโยชน์ของ ไคติน-ไคโตซานแล้ว  คงไม่เสียหายหากผู้เลี้ยงปลาคาร์พที่ยังไม่เคยใช้โคโพลิเมอร์ธรรมชาติตัวนี้ จะลองหันมาใช้เป็นส่วนผสมอาหารให้ปลาคาร์ฟของคุณ ซึ่งคุณอาจจะพบความเปลี่ยนแปลงในทางบวกกับปลาแฟนซีคาร์พของคุณก็เป็นได้




 Cool Cool Cool Cool Cool Cool Cool

การใช้ไคโตซานในวงการประมง
     ในวงการประมงนั้นขณะนี้ได้มีการนำไคโตซานมาใช้ประโยชน์ในด้านการยืดอายุการรักษา และเก็บถนอมอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ และในขั้นต้นนี้ได้สกัดโปรตีนจากหัวกุ้งด้วยกระะบวนการย่อยด้วยแบคทีเรีย กรดแล็คติด (lectic acid bacteria) เพื่อนำโปรตีนนั้นมาใช้ในแง่เป็นสารเสริมคุณค่าอาหารและของว่างที่ทำจากสัตว์น้ำ การปรุงแต่งรส และกลิ่นในอาหารขบเคี้ยวที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ เป็นต้น
     นอกจากนี้ฝ่ายเอกชนหลายแห่งได้นำไคโตซานมาใช้ประโยชน์ในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ วิธีการนั้นมีหลายรูปแบบ ได้แก่การคลุกกับอาหารเม็ด ในอัตราส่วนต่างๆกันเพื่อให้กุ้งกิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการไปกระตุ้นภูมิต้านทานโรคในตัวกุ้ง และเพื่อเป็นส่วนไปกระตุ้นการย่อยอาหารและการเจริญเติบโต ประโยชน์อีกด้านหนึ่งที่ผู้ขายโฆษณาไว้ก็คือ การช่วยให้เม็ดอาหารคงรูปอยู่ในน้ำได้นานกว่าโดยการเคลือบสารไคโตซานบนอาหารที่จะหว่านให้กุ้งกิน บางรายก็แนะนำให้เติมลงไปในน้ำเพื่อช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้ดีอยู่เสมอ

บันทึกการเข้า
admin
Administrator
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12532



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 10:35:47 am »

เอาแบบสรุปง่ายๆมั๊ย ไม่ต้องอ่านมากคิดมาก โปรไบโอติก มักผสมมาในเม็ดอาหารหรือฉีดพรมเคลือบเม็ด ทำให้แห้งและบรรจุถุงขาย มีประโยชน์ในการช่วยให้ลำไส้ปลาดูดซึมสารอาหารได้ดีอัตราแลกเนื้อจึงสูงขึ้น และยังช่วยปรับสมดุลย์ของจุลินทรย์ในบ่อ ส่วนไคโตซานเป็นสารเหนียวๆ เอาไว้เคลือบเม็ดอาหาร ผลิตจากส่วนของเปลือกหัวกุ้ง (ถ้าจำไม่ผิด) มักจะผสมวิตามินมาด้วย ตัวนี้ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค เสริมสารอาหารทำให้เร่งโต ทั้งสองอย่างใช้ในวงการประมงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการเลี้ยงกุ้งและปลา  Grin
บันทึกการเข้า

SIAMcarp
ถามเรื่องเทคนิค บ่อปลา ระบบกรอง รักษาปลา 083 808 8875 ณัฐ
ถามเรื่องสินค้า ราคา สต็อค การจัดส่ง 084 142 0881 ตูน
Line ID : siamcarp
Group Line : siamcarp
Group Facebook : สยามคาร์ฟ กลุ่มคนรักปลาคาร์ฟ, siamcarp
รายละเอียดสินค้า ราคา สเปค : www.siamcarpshop.com
untAAA
เอ้า ยิ้มกันหน่อย ;)
ผู้ชำนาญการเลี้ยง
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136



« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 10:44:47 am »

คำถามคือหากใช้ผสมกันทั้ง 2 ตัวจะเป็นยังไงอ่ะสีครับพี่
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12532



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 11:17:20 am »

คำถามคือหากใช้ผสมกันทั้ง 2 ตัวจะเป็นยังไงอ่ะสีครับพี่
อร่อยไง  Cool อันนี้ไคโตซาน อ่านดูเด้อ  Cheesy ไคโตซานแนะนำให้ใช้เวลา หลังจากปลาป่วยหรือต้องการโด๊บปลาเป็นพิเศษ ใช้เคลือบเม็ดอาหารหลังจากคลุกยาแล้ว ทำให้ยาติดเม็ดอาหารดีมากๆ เดี๋ยวถ่ายรูปตอนคลุกให้ดู  Cool ขวดขนาดเนี้ยเดี๋ยวเอามาติดไว้ขายที่ร้าน ขวดละ 400 ใช้ไปทั้งปี  Smiley


* DSC01852E.jpg (89.88 KB, 500x992 - ดู 763 ครั้ง.)

* DSC01853E.jpg (105.74 KB, 500x813 - ดู 745 ครั้ง.)

* DSC01855E.jpg (107.25 KB, 500x837 - ดู 780 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

SIAMcarp
ถามเรื่องเทคนิค บ่อปลา ระบบกรอง รักษาปลา 083 808 8875 ณัฐ
ถามเรื่องสินค้า ราคา สต็อค การจัดส่ง 084 142 0881 ตูน
Line ID : siamcarp
Group Line : siamcarp
Group Facebook : สยามคาร์ฟ กลุ่มคนรักปลาคาร์ฟ, siamcarp
รายละเอียดสินค้า ราคา สเปค : www.siamcarpshop.com
mio
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 04:27:41 pm »

 Grin ขอบคุณครับอั๋น และพี่ admin
บันทึกการเข้า
untAAA
เอ้า ยิ้มกันหน่อย ;)
ผู้ชำนาญการเลี้ยง
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136



« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 04:55:23 pm »

เอกกำยังมีบทความดีๆอีกเยอะ หากอันไหนเห็นว่าทาง kkst มีเยอะแล้วก็แบ่งมาทางนี้บ้างละกันนะ ต่างคนต่างให้ต่างคนต่างรับ Grin
บันทึกการเข้า
mio
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2007, 07:13:27 pm »

 Cool โอเช โอเช เราจะหามาเพิ่มครับอั๋น
บันทึกการเข้า
Gang_p
มือเก่าเลี้ยงมานาน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 970



« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2007, 09:10:42 pm »

ผมคิดว่าบางท่านคงได้อ่านข้อมูลที่คุณถาวร หรือพี่ถา ได้ตั้งกระทู้ แล้วได้คำตอบว่าไม่ควรใช้ร่วมกันเพราะ ไคโตซานมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจึงอาจทำให้ โปรไบโอติกมีประสิทธิ์ภาพลดลง ขอบคุณข้อมูลของ อาจารย์สุขสันต์
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12532



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2007, 11:53:14 pm »

ผมคิดว่าบางท่านคงได้อ่านข้อมูลที่คุณถาวร หรือพี่ถา ได้ตั้งกระทู้ แล้วได้คำตอบว่าไม่ควรใช้ร่วมกันเพราะ ไคโตซานมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจึงอาจทำให้ โปรไบโอติกมีประสิทธิ์ภาพลดลง ขอบคุณข้อมูลของ อาจารย์สุขสันต์
ขอบคุณคร๊าบ เออจริงๆ ใช่แว้ว ตามทฤษฎีว่าไว้อย่างนั้นครับ แต่เวลาปฎิบัติเราก็ใช้ไคโตซานเคลือบอาหารเวลาให้ยาเท่านั้นหละครับ ถ้ามันจะไปต่อต้านโปรไบโอติกในเม็ดอาหารบ้าง ไม่กี่วันก็ช่างมันเถอะครับ จุลินทรีย์ในบ่อไม่ล่มหลอก แต่ถ้าพูดถึงอาหารสำเร็จรูป เค้าก็จะไม่เอาสองอย่างปนกันแล้วทำออกมาขายครับ ที่คุณ gang บอกมาก็ถูกเช่นกาน  Tongue
บันทึกการเข้า

SIAMcarp
ถามเรื่องเทคนิค บ่อปลา ระบบกรอง รักษาปลา 083 808 8875 ณัฐ
ถามเรื่องสินค้า ราคา สต็อค การจัดส่ง 084 142 0881 ตูน
Line ID : siamcarp
Group Line : siamcarp
Group Facebook : สยามคาร์ฟ กลุ่มคนรักปลาคาร์ฟ, siamcarp
รายละเอียดสินค้า ราคา สเปค : www.siamcarpshop.com
lucky
ปลาคราฟ ผมไม่เน้น
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 05, 2007, 01:48:00 pm »

pro


* 36187DSC_0002.jpg (65.33 KB, 414x619 - ดู 544 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

ปลา หางหัก  สามารถ งอกได้  kub
admin
Administrator
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12532



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 06, 2007, 12:57:35 am »

pro
คุณลักกี้ ไปโดนหักหางปลามาจากไหนครับ  Smiley แล้วยี่ห้อนี้ขายที่ไหน สรรพคุณยังไงครับ อย่าปล่อยให้อยากแล้วจากไปครับ  Tongue ทำขวดซะโปรเลยครับ
บันทึกการเข้า

SIAMcarp
ถามเรื่องเทคนิค บ่อปลา ระบบกรอง รักษาปลา 083 808 8875 ณัฐ
ถามเรื่องสินค้า ราคา สต็อค การจัดส่ง 084 142 0881 ตูน
Line ID : siamcarp
Group Line : siamcarp
Group Facebook : สยามคาร์ฟ กลุ่มคนรักปลาคาร์ฟ, siamcarp
รายละเอียดสินค้า ราคา สเปค : www.siamcarpshop.com
Gang_p
มือเก่าเลี้ยงมานาน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 970



« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 06, 2007, 08:07:39 am »

ขออนุญาต (อีกแล้วครับท่าน) ตอบผมคิดว่าน่าจะเป็นตัวที่ปรับปรุงมาเพื่อปลานะครับ เพราะ A  ทำมาเพื่อกุ้งมีจุลินทรีย์ มากสายพันธุ์ แต่ A Fish ของปลาทำมาแค่ 2 สายพันธุ์
เอ-ฟิช เป็นโปรไบโอติกในรูปน้ำ ประกอบด้วยจุลินทรีย์บาซิลลัสเข้มข้น มีความปลอดภัยต่อสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม เอ-ฟิช ใช้ได้กับการเลี้ยงปลาสวยงาม  และปลาเศรษฐกิจอื่น
เอ-ฟิช ผ่านการคัดเลือกตามหลักการวิทยาศาตร์ที่ถูกต้อง สามารถแย่งสารอาหารและยึดครองพื้นที่ในทางเดินอาหารแข่งกับแบคทีเรียชนิดอื่นได้ดีจึงสามารถป้องกันปัญหาการเกาะติดของเชื้อโรคได้
เอ-ฟิช ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารทำให้ปลาได้รับคุณค่าทางอาหารมากขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับเมื่อใช้เป็นประจำ
     1.ใช้เสริมในอาหารปลาหรือผสมในอาหารปลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการปรับสมดุลย์ของเชื้อจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อกระบวนการย่อย และทำให้การขับถ่ายของปลาดีขึ้น
     2.เอ-ฟิชช่วยเสริมการเจริญเติบโต และทำให้ปลามีสุขภาพแข็งแรง

อัตราการใช้ ใช้ เอ-ฟิช ในอัตรา 5-10 มิลลิลิตร ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม โดยผสมลงในน้ำสะอาด 20 มิลลิลิตร นำไปคลุกเคล้าให้ทั่วเม็ดอาหาร  ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ก่อนนำไปหว่านให้ปลากิน วันละ 1-2 มื้อ

การเก็บรักษา ควรเก็บไว้ในที่แห้งและเย็นห่างจากแสงแดด ปิดฝาให้สนิทหลังการใช้แล้ว

ผลิตและจัดจำหน่ายโดย  บริษัท เอเชีย สตาร์ แลป จำกัด 9 ซ.ประชานิมิตร ถ.ประดิพัทธ์ สามเสนใน เขตพญาไท กทม. 10400
โทรศัพท์ 02-6184311-3  แฟกซ์ 02-6184300

ไว้เอาไปลองใช้แบ่งไปให้ที่ร้าน  ผมปลาน้อยจนหมดอายุก็ใช้ไม่หมด

บันทึกการเข้า
Gang_p
มือเก่าเลี้ยงมานาน
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 970



« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 06, 2007, 11:26:04 am »

รบกวนแก้ไขเรื่องจำนวนสายพันธุ์ไม่เกี่ยว ตัวนั้นมันเป็น แบคทีเรียสลายของเสียในน้ำครับ ขออภัยในความผิดพลาดครับ :Smiley
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
ชั้นเซียนเรียกพี่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12532



เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: กันยายน 06, 2007, 11:56:52 am »

รับทราบ ครับผ้ม  Cheesy
บันทึกการเข้า

SIAMcarp
ถามเรื่องเทคนิค บ่อปลา ระบบกรอง รักษาปลา 083 808 8875 ณัฐ
ถามเรื่องสินค้า ราคา สต็อค การจัดส่ง 084 142 0881 ตูน
Line ID : siamcarp
Group Line : siamcarp
Group Facebook : สยามคาร์ฟ กลุ่มคนรักปลาคาร์ฟ, siamcarp
รายละเอียดสินค้า ราคา สเปค : www.siamcarpshop.com
HELIO
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24



« ตอบ #20 เมื่อ: กันยายน 24, 2007, 02:07:07 pm »

ขอบคุณสำรับข้อมูลครับเพ่อั๋น
อ่านได้2บรรทัด ง่วงนอน อ่านมา7-8รอบแล้วยังอ่านไม่จบเลย :Smiley
บันทึกการเข้า

ขอโทดครับทุกโพส เน้นฮาอย่างเดียว
untAAA
เอ้า ยิ้มกันหน่อย ;)
ผู้ชำนาญการเลี้ยง
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136



« ตอบ #21 เมื่อ: กันยายน 25, 2007, 11:56:22 pm »

ขอบคุณสำรับข้อมูลครับเพ่อั๋น
อ่านได้2บรรทัด ง่วงนอน อ่านมา7-8รอบแล้วยังอ่านไม่จบเลย :Smiley

นั่นไง KHV ถึงถามหา 555 Smiley
บันทึกการเข้า
vv2908
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15



« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 12, 2010, 09:19:50 am »

เยี่ยมๆๆๆๆ มากเลยครับ  พี่ๆๆๆทุกท่าน Grin Grin
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น